Thursday, November 21, 2013

เขาพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างบ้าน "สรายจร็อม" อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ของประเทศกัมพูชา และบ้าน "ภูมิซรอล" ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้ ๆ กับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 83 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีเนื้อที่ 81,250 ไร่ และได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2541

เขาพระวิหาร หรือ "ปราสาทพระวิหาร" (Prasat Preah Vihear) กัมพูชาเรียกว่า "เปรี๊ยะ วิเฮียร์" เป็นปราสาทหินในเทือกเขาพนมดงรัก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนพื้นเมืองสมัยก่อน ในกษัตริย์ชัยวรมันที่ 2 ได้กำหนดเขตบริเวณนี้และเรียกชื่อว่า "ภวาลัย" ภายหลังปรากฏชื่อในจารึกภาษาสันสกฤตว่า "ศรีศิขรีศวร" หมายความว่า "ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขาอันประเสริฐ" ตั้งตามแนวเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา

จากหลักฐานต่างๆ คาดว่าสร้างในปี พ.ศ.1432-1443 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เพื่อใช้เป็นสถานที่สักการะตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ โดยสมมติให้เปรียบเสมือน "เขาพระสุเมรุ" (ศูนย์กลางของจักรวาล) เหตุผลในสร้างเพื่อการรวบรวมอำนาจและความเชื่อของคนในละแวกนั้นเข้าด้วยกัน  พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โปรดให้สร้างเขาพระวิหารขึ้น เพื่อเป็นจุดยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของ ชาวบ้านเพื่อการปกครองที่ง่ายขึ้น ซึ่งกั้นพรมแดน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 657 เมตร ปราสาทพระวิหาร จึงเปรียบเสมือน เทพสถิตบนขุนเขา หรือ "ศรีศิขเรศร" เป็น "เพชรยอดมงกุฎ" ขององค์ศิวะเทพ (พระอิศวร) ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดเทือกเขาพนมดงรัก มีความยาว 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้ ส่วนใหญ่เป็นทางเข้ายาว และบันไดสูงถึงยอดเขา จนถึงส่วนปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ที่ยอดเขาทางใต้สุดของปราสาท (สูง 120 เมตร จากปลายตอนเหนือสุดของปราสาท, 525 เมตร จากพื้นราบของกัมพูชา และ 657 เมตรจากระดับน้ำทะเล) "ปราสาท" สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ซึ่งขะแมร์กัมพูชาก่อสร้างปราสาทบนเขาพระวิหาร ติดต่อกันมายาวหลายรัชสมัย กว่า 300 ปี ตั้งแต่กษัตริย์ "ยโสวรมันที่ 1" ถึง "สุริยวรมันที่ 1" เรื่อยมาจน "ชัยวรมันที่ 5-6" จนกระทั่งท้ายสุด "สุริยวรมันที่ 2" และ "ชัยวรมันที่ 7" จากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 12

No comments:

Post a Comment